วิกฤตราคา RAM ทั่วโลกอาจยังไม่สิ้นสุดในเร็ว ๆ นี้ โดยรายงานจากผู้ผลิตหน่วยความจำ บริษัทเทคโนโลยี และนักวิเคราะห์หลายแห่ง ซึ่งล้วนประเมินตรงกันว่าปัญหาอุปทานหน่วยความจำที่เกิดจากความต้องการด้าน AI จะยังคงยืดเยื้อไปอย่างน้อยจนถึงปี 2028 ส่งผลให้ราคาคอมพิวเตอร์ เกมคอนโซล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในข้อมูลสำคัญมาจากรายงานผลประกอบการล่าสุดของ Micron ซึ่ง Sanjay Mehrotra ซีอีโอของบริษัท ระบุว่าความต้องการหน่วยความจำจากตลาด AI ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ โดยบริษัทคาดว่าแม้อุปทานจะเริ่มดีขึ้นในปี 2028 แต่ก็ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะตามทันความต้องการของตลาดเมื่อใด
นอกจากนี้ Lenovo ยังนำเสนอข้อมูลภายในงาน ISC 2026 ซึ่งระบุว่าการเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ผลิต DRAM อาจไม่เพียงพอ เนื่องจากผู้ให้บริการ AI รายใหญ่ เช่น Microsoft, Amazon และ Google ยังคงแข่งขันกันจัดหาหน่วยความจำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาหน่วยความจำอาจไม่กลับไปอยู่ในระดับเดิมอีก และมีโอกาสที่ราคาสูงจะกลายเป็น “มาตรฐานใหม่” แม้หลังปี 2030 ก็ตาม ถึงผู้บรรยายของ Lenovo จะกล่าวในเชิงติดตลก แต่ก็สะท้อนความกังวลของอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน Jefferies บริษัทวิเคราะห์การเงิน คาดการณ์ว่าราคา RAM จะยังปรับขึ้นอย่างหนักในช่วงที่เหลือของปี 2026 โดยประเมินว่าราคาอาจเพิ่มขึ้น 40–50% ในไตรมาส 3 และอีก 30–40% ในไตรมาส 4 ก่อนจะเพิ่มขึ้นอีก 40–45% ตลอดปี 2027 ส่วนปี 2028 อาจเริ่มเห็นการปรับลดลงราว 15–20% จากอุปทานที่ดีขึ้นและความต้องการที่ชะลอตัว แต่ระดับราคาก็ยังคงสูงกว่าปัจจุบันอย่างมาก
รายงานยังชี้ว่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลโดยตรงต่อตลาดเกม หลังจากช่วงที่ผ่านมาเครื่องเล่นเกมหลายรุ่นเริ่มทยอยปรับราคาไปแล้ว ทั้ง Xbox, PlayStation และอุปกรณ์เกมพกพาหลายรุ่น หากต้นทุนหน่วยความจำยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจทำให้เกมคอนโซลยุคถัดไปมีราคาสูงกว่าที่ผู้บริโภคคุ้นเคย และผู้ผลิตอาจต้องชะลอการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ใหม่ออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนที่พุ่งสูง
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



