อดีตประธาน Nintendo of America อย่าง Reggie Fils-Aimé เปิดเผยว่าเครื่องเกมย้อนยุคขนาดเล็กอย่าง NES Classic และ SNES Classic ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วย “พยุงธุรกิจ” ของบริษัทในช่วงที่เครื่อง Wii U กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก
ทาง Reggie ให้สัมภาษณ์ในงาน NYU Game Centre Lecture Series โดยอธิบายว่า ในช่วงยุค Wii U ทาง Nintendo ต้องพยายามหาวิธีประคองสถานการณ์หลายอย่าง รวมถึงการยุติการวางจำหน่ายรุ่นความจุ 8GB ของเครื่อง
เขาเล่าว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการเปิดตัวอุปกรณ์ “Micro Legacy” หรือเครื่องเกมย้อนยุคขนาดเล็ก 2 ปีติดต่อกัน ได้แก่ NES และ SNES Classic Mini เพื่อให้มีสินค้าที่สามารถขายได้ในปริมาณมากช่วงเทศกาลปลายปี
Reggie กล่าวชัดเจนว่า แนวทางดังกล่าวเป็น “ไอเดียเชิงพาณิชย์” ที่ถูกวางแผนขึ้นโดยรู้ดีว่า Wii U อยู่ในสถานะที่เขาเรียกว่า “On Life Support” หรือแทบไม่สามารถพยุงตัวเองได้แล้ว
ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันอยู่แล้วว่าเครื่อง NES Classic Mini ถูกปล่อยออกมาในช่วงปี 2016 ซึ่งเป็นช่วงที่ Wii U แทบไม่มีเกมใหม่รองรับ โดยเกมชูโรงอย่าง Star Fox Zero และ Pokken Tournament ก็ทำผลงานได้ไม่ดีนัก ขณะที่ช่วงปลายปีมีเพียง Paper Mario: Color Splash เป็นเกมหลักเพียงเกมเดียว
ความเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ Nintendo ไม่ได้เดินหน้าทำเครื่อง Classic รุ่นอื่นต่อ เช่น Game Boy หรือ N64 เนื่องจากในเวลาต่อมา บริษัทเริ่มเปลี่ยนทิศทางไปสู่บริการในรูปแบบอื่นแทน
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของ Nintendo ที่มีการวางจำหน่ายเกมใหญ่ระดับตำนานอย่าง The Legend of Zelda: Breath of the Wild และ Super Mario Odyssey แต่การมี SNES Classic Mini ออกวางจำหน่ายก็ถูกมองว่าเป็นแผนสำรองในกรณีที่ Nintendo Switch ไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาด
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



