Nothing เปิดตัวสมาร์ตโฟนซีรีส์ใหม่ Nothing Phone (4a) และ Nothing Phone (4a) Pro อย่างเป็นทางการ โดยยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์โปร่งใสและระบบไฟ Glyph ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์เอาไว้ แต่มีการปรับปรุงฮาร์ดแวร์หลายจุด โดยเฉพาะในรุ่น Pro ที่ยกระดับทั้งวัสดุตัวเครื่อง ชิปเซ็ต และหน้าจอ
ต่างจากรุ่นก่อนที่ความแตกต่างหลักอยู่ที่ระบบกล้อง รุ่นปีนี้ Nothing เปลี่ยนแนวทางให้ รุ่น Pro โดดเด่นด้านประสิทธิภาพ วัสดุ และฟีเจอร์ Glyph ใหม่ ขณะที่ระบบกล้องของทั้งสองรุ่นมีความใกล้เคียงกันมากขึ้น
Nothing Phone (4a) Pro: อัปเกรดเฟรมโลหะ พร้อม Snapdragon 7 Gen 4


รุ่น Pro เปลี่ยนจากเฟรมพลาสติกในรุ่นก่อนมาใช้ เฟรมโลหะแบบ unibody ช่วยเพิ่มความพรีเมียมให้ตัวเครื่อง พร้อมลดความบางเหลือ 7.95 มิลลิเมตร จากเดิม 8.4 มิลลิเมตร
ชิปเซ็ตอัปเกรดเป็น Snapdragon 7 Gen 4 ซึ่ง Nothing ระบุว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
- CPU เร็วขึ้นประมาณ 27%
- GPU เร็วขึ้น 30%
- ประสิทธิภาพ AI เพิ่มขึ้น 65%
หน่วยความจำใช้
- RAM แบบ LPDDR5X ขนาด 8GB และ 12GB
- Storage แบบ UFS 3.1 ขนาด 128GB และ 256GB
พร้อมติดตั้งระบบระบายความร้อน vapor chamber ขนาด 5,300 ตารางมิลลิเมตร
หน้าจอ OLED 144Hz ความสว่างสูงสุด 5,000 nits
Nothing Phone (4a) Pro มาพร้อมหน้าจอ OLED รุ่นใหม่
- ขนาด 6.83 นิ้ว
- รีเฟรชเรต 144Hz
- ความละเอียด 1260 × 2800 พิกเซล
- ความสว่างสูงสุด 5,000 nits
- PWM dimming ความถี่ 2,160Hz
- กระจก Gorilla Glass 7i
กล้อง 50MP พร้อมเลนส์ Periscope 3.5x
ระบบกล้องของรุ่น Pro ประกอบด้วย
- กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล Sony Lytia 700C
- เลนส์ f/1.88 พร้อม OIS
รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 30fps Ultra XDR
กล้องซูมเป็น
- 50 ล้านพิกเซล Periscope
- Optical zoom 3.5 เท่า
- ซูมได้สูงสุด 7 เท่าแบบ in-sensor
ส่วนกล้องอื่นประกอบด้วย
- Ultra-wide 8 ล้านพิกเซล
- กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล
ข้อสังเกต กล้องหน้าถูกลดความละเอียดลงจาก 50 ล้านพิกเซลในรุ่นก่อน

Glyph Matrix และ Glyph Bar ดีไซน์ใหม่

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของซีรีส์นี้คือดีไซน์ไฟ LED ด้านหลังที่ถูกปรับใหม่ทั้งสองรุ่น
Nothing Phone (4a) Pro ใช้ระบบ Glyph Matrix แบบวงกลม
- LED จำนวน 137 ดวง
- ความสว่างสูงสุด 3,000 nits
- พื้นที่แสดงผลใหญ่ขึ้นประมาณ 57%
ส่วน Nothing Phone (4a) ใช้ Glyph Bar
- LED จำนวน 63 ดวง
- แบ่งเป็น 6 segments
- ความสว่างสูงสุด 3,500 nits
Nothing Phone (4a): กล้องใกล้เคียง Pro แต่ชิปแรงน้อยกว่า


รุ่นมาตรฐานยังใช้ เฟรมพลาสติก และตัวเครื่องหนา 8.55 มิลลิเมตร
ชิปเซ็ตเปลี่ยนเป็น Snapdragon 7s Gen 4 ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพจากรุ่นก่อนเพียงเล็กน้อย
- CPU และ GPU เพิ่มขึ้นประมาณ 7%
- ประหยัดพลังงานดีขึ้นประมาณ 10%
สเปกหลักประกอบด้วย
- RAM LPDDR4X
- Storage UFS 3.1
- ไม่มีระบบ vapor chamber
หน้าจอ
- OLED ขนาด 6.78 นิ้ว
- รีเฟรชเรต 120Hz
- ความละเอียด 1224 × 2720 พิกเซล
- ความสว่างสูงสุด 4,500 nits
- กระจก Gorilla Glass 7i
ระบบกล้อง
ปีนี้ระบบกล้องของรุ่นธรรมดาใกล้เคียงกับรุ่น Pro มาก
- กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล (Samsung GN9)
- กล้อง Periscope 50 ล้านพิกเซล ซูม 3.5 เท่า
- Ultra-wide 8 ล้านพิกเซล
- กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี่และซอฟต์แวร์
ทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่
- ความจุ 5,080mAh
- รองรับชาร์จไว 50W
Nothing ระบุว่าแบตเตอรี่ยังคงความจุอย่างน้อย 90% หลังผ่านการชาร์จ 1,200 รอบ
ระบบปฏิบัติการ
- Nothing OS 4.1
- Android 16
พร้อมนโยบายอัปเดต
- อัปเดตระบบ 3 เวอร์ชัน
- อัปเดตความปลอดภัย 6 ปี
ราคาและวันวางจำหน่าย
Nothing Phone (4a)
- รุ่น 8GB / 128GB ราคา 350 ยูโร
- รุ่น 8GB / 256GB ราคา 390 ยูโร
- รุ่น 12GB / 256GB ราคา 430 ยูโร
Nothing Phone (4a) Pro
- รุ่น 8GB / 128GB ราคา 480 ยูโร / 500 ดอลลาร์
- รุ่น 12GB / 256GB ราคา 550 ยูโร / 600 ดอลลาร์
กำหนดการวางจำหน่ายต่างประเทศ
- Nothing Phone (4a) เปิดพรีออเดอร์วันที่ 5 มีนาคม และวางขาย 13 มีนาคม
- Nothing Phone (4a) Pro เปิดพรีออเดอร์ 13 มีนาคม และเริ่มจำหน่าย 27 มีนาคม
สำหรับในไทยรอติดตามกับทาง Nothing Thailand กันอีกครั้ง
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



