วงการพัฒนาเกมญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาใหม่ที่ไม่ค่อยมีใครรู้ แต่ส่งผลรุนแรงอย่างมาก เมื่อบริการไลเซนส์ฟอนต์รายใหญ่ของประเทศปรับราคาแพ็กเกจรายปีจากเดิมประมาณ 380 ดอลลาร์ (ราว 12,000 บาท) เป็นมากกว่า 20,500 ดอลลาร์ (ราว 654,000 บาท) ต่อปี
ตามรายงานจาก Automaton ทาง Fontworks LETS ได้ยุติแผนไลเซนส์สำหรับเกมตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีแพ็กเกจใหม่ที่ถูกเสนอแทนที่ และเปิดให้บริการผ่านบริษัทแม่ Monotype โดยมีราคาสูงกว่าเดิมหลายสิบเท่า แถมยังไม่มีราคาในประเทศญี่ปุ่นให้เลือก และยังจำกัดจำนวนผู้ใช้สูงสุดที่ 25,000 คน ซึ่งอาจไม่เหมาะกับสตูดิโอขนาดใหญ่ในญี่ปุ่น

สถานการณ์นี้ยิ่งซ้ำเติมด้วยความยุ่งยากในการเลือกฟอนต์เชิงพาณิชย์ที่รองรับตัวอักษรญี่ปุ่น เช่น คันจิและคาตาคานะอย่างครบถ้วน
“นี่คือปัญหาที่ไม่ค่อยมีใครรู้ แต่ตอนนี้กำลังสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงในบางวงการ” ซีอีโอของสตูดิโอ Indie-Us Games ระบุ
ด้านนักออกแบบ UI/UX อย่าง Yamanaka ได้ให้ความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าผลกระทบจะรุนแรงเป็นพิเศษสำหรับเกมประเภทไลฟ์เซอร์วิส เพราะแม้สตูดิโอจะรีบเปลี่ยนไปใช้ฟอนต์จากผู้ให้บริการเจ้าอื่น พวกเขาก็ต้องกลับไปทดสอบ ตรวจสอบคุณภาพ และยืนยันความถูกต้องของคอนเทนต์ทั้งหมดที่เปิดให้เล่นอยู่ก่อนแล้ว
วิกฤตครั้งนี้อาจทำให้สตูดิโอบางรายต้องถึงขั้นเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กร หากอัตลักษณ์แบรนด์ของพวกเขาผูกกับฟอนต์เชิงพาณิชย์ที่ไม่สามารถจ่ายค่าไลเซนส์ใหม่ได้อีกต่อไป
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



