James Cameron ระบุว่าเขาพร้อมวางมือจากแฟรนไชส์ Avatar หาก Avatar: Fire and Ash ทำรายได้ไม่ดีตามที่คาดหวัง
Avatar คือภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาล ขณะที่ Avatar: The Way of Water ก็ครองอันดับสามของโลก โดยทั้งสองภาคทำเงินทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6.4 หมื่นล้านบาท
ในพ็อดแคสต์ The Town with Matthew Belloni เมื่อถูกถามว่า หาก Fire and Ash ทำรายได้ไม่เข้าเป้า เขาพร้อมเดินออกจากแฟรนไชส์หรือไม่ Cameron ตอบว่า “แน่นอนครับ” พร้อมอธิบายว่าเขาอยู่กับโลก Avatar มานานถึง 20 ปี หรือจริง ๆ คือ 30 ปี ตั้งแต่เริ่มเขียนเรื่องไว้ในปี 1995 แม้จะยังไม่ได้ทำต่อเนื่องในช่วงสิบปีแรกก็ตาม
Cameron เล่าว่าในปี 1995 เขาเคยได้รับความสนใจอยู่ช่วงสั้น ๆ ก่อนจะถูกปฏิเสธว่าเป็นไอเดียที่ “บ้าไปหน่อย” ทำให้เขาพับโครงการเก็บไว้กว่า 10 ปี จนกลับมาลุยงานอย่างจริงจังในปี 2005
เขากล่าวว่า หาก Avatar จบที่ภาคนี้ เขาก็ยอมรับได้เช่นกัน
เมื่อถูกถามถึงโครงเรื่องปลายเปิดที่ยังไม่เฉลย Cameron ระบุว่า “มีอยู่หนึ่งประเด็นครับ ผมจะเขียนเป็นหนังสือให้ทุกคนได้คำตอบ”
แต่เมื่อถามว่าเขาจะยอมให้คนอื่นมาทำแฟรนไชส์ต่อหรือไม่ Cameron ตอบว่า “ไม่มีทางครับ” โดยเสริมว่าเขาจะยังคงมีบทบาทอย่างน้อยในฐานะผู้อำนวยการสร้างเสมอ และมองว่าคงไม่มี Avatar ภาคใหม่ที่เขาไม่เข้าไปดูแลใกล้ชิด พร้อมระบุว่าการให้โปรเจกต์นี้กลายเป็นงานหลักที่ต้องทุ่มทั้งชีวิตอีกครั้ง เป็นสิ่งที่เขาต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ขณะนี้ Avatar: Fire and Ash กำลังอยู่ในกระแสคาดการณ์รายได้เปิดตัวที่แข็งแกร่ง แม้อาจต่ำกว่า The Way of Water เล็กน้อย โดยต้องติดตามกันต่อว่าตัวเลขจริงจะออกมาเป็นอย่างไร
Avatar 3 มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 17 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



