Hyung-tae Kim ผู้กำกับเกม Stellar Blade เผยว่าหนึ่งในข้อจำกัดที่ทำให้เกมภาคแรกเล่าเรื่องได้ไม่ลึกซึ้งเท่าที่ควร มาจากต้นทุนการผลิตที่จำกัด จนทำให้หลายฉากสำคัญต้องถูกตัดออกไป อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าภาคต่อจะไม่ประสบปัญหาเดียวกัน
ในการให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ This is Game จากเกาหลีใต้ Kim ระบุว่าระบบเกมเพลย์หลักของ Stellar Blade พัฒนาสำเร็จค่อนข้างเร็วในช่วงต้นของการพัฒนา แต่ส่วนที่ยากที่สุดคือการสร้างฉากคัตซีน โดยให้เหตุผลว่าอุตสาหกรรมเกมในเกาหลีใต้ยังไม่พร้อมทั้งในด้านบุคลากรและระบบสำหรับการพัฒนาเกมที่เน้นการเล่าเรื่อง
ผลก็คือทีมงานต้องตัดฉากคัตซีนหลายฉากที่ตั้งใจจะขยายโลกของเกมออกไป ไม่ว่าจะเป็นฉากที่อธิบายมุมมองของตัวละครต่าง ๆ หรือแม้แต่เหตุผลที่ Eve เปลี่ยนชุดบ่อยก็เคยมีฉากอธิบายไว้เช่นกัน แต่สุดท้ายก็ถูกตัดออกจากเกมเวอร์ชันที่วางจำหน่าย ขณะที่บาง NPC ก็ถูกลดบทบาทลงทั้งที่เคยมีบทเรื่องชัดเจนในแผนดั้งเดิม
แม้ทีมงานตั้งใจจะเพิ่มเติมเนื้อเรื่องบางส่วนผ่านอัปเดตฟรีในอนาคต แต่ก็ยอมรับว่าไม่อยากใส่เนื้อหาใหม่แบบเร่งรีบจนขัดกับฉากหลังที่วางไว้แล้ว ดังนั้นการประกาศสร้างภาคต่อจึงถือเป็นโอกาสที่จะร้อยเรียงเรื่องราวที่ขาดหาย รวมถึงเนื้อหาจาก DLC ที่เคยถูกยกเลิก ซึ่งจะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวใหม่ที่สมบูรณ์และเข้มข้นยิ่งขึ้น
Kim กล่าวเพิ่มเติมว่าตอนนี้ทีมพัฒนาให้ความสำคัญกับการพอร์ต Stellar Blade ลง PC เป็นอันดับแรก และเมื่อจัดการปัญหาต่าง ๆ รวมถึงเนื้อหาหลังเกมเสร็จสิ้นแล้ว จึงจะเริ่มพัฒนา Stellar Blade 2 อย่างจริงจัง ซึ่งเขาหวังว่าจะสามารถวางจำหน่ายได้ภายในปี 2027 แม้จะยังไม่สามารถยืนยันได้แน่นอน แต่เขารับประกันว่าภาคต่อจะเป็น “ผลงานชิ้นโบแดง” ของทีม Shift Up อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ Kim เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าในภาคต่อจะมีการเปิดเผยอายุจริงของ Eve และตัวละครหลักคนอื่น ๆ ซึ่งทั้งหมดมีอายุมากกว่าที่ผู้เล่นส่วนใหญ่คาดไว้
Stellar Blade วางจำหน่ายแล้วบน PlayStation 5 แล PC (Steam)
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net



