PlayStation ยังคงยึดนโยบายไม่ปล่อยเกม First-Party ลงในบริการ PlayStation Plus ตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย ตามคำยืนยันของผู้บริหารบริษัท
Nick Maguire รองประธานฝ่าย Global Services ของ PlayStation ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Game File โดยถูกถามว่า Sony จะเปลี่ยนนโยบายของ PS Plus ให้คล้ายกับฝั่ง Xbox หรือไม่ ซึ่ง Xbox มีการเพิ่มเกมจากสตูดิโอ First-Party ลงบริการ Game Pass ตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย
Maguire ตอบว่า Sony ไม่มีแผนจะทำเช่นนั้น พร้อมย้ำว่านโยบายการนำเกม First-Party มาเพิ่มใน PS Plus หลังวางจำหน่ายไปแล้วอย่างน้อย 1 ปี และเลือกเกมอินดี้ปีละ 4–5 เกมเพื่อเปิดให้เล่นตั้งแต่วันแรก ยังคงเป็นแนวทางที่ได้ผลดีสำหรับบริษัท
“เราเลือกยึดกลยุทธ์นี้มาตลอด และยังไม่มีแผนจะเปลี่ยนเป็นการลงเกมตั้งแต่วันแรก” เขากล่าว
“แนวทางของเราคือหาเกมอินดี้ 4 หรือ 5 เกมที่เปิดตัวพร้อมบริการ และใช้วิธีนี้ควบคู่กับการเพิ่มเกมที่มีอายุ 12 หรือ 18 เดือนขึ้นไป ซึ่งเรามองว่าเป็นสมดุลที่ดีสำหรับแพลตฟอร์มของเรา”
ย้อนกลับไปตอนเปิดตัว PS4 เกม Resogun จาก Housemarque เคยถูกปล่อยให้สมาชิก PS Plus เล่นตั้งแต่วันแรก เช่นเดียวกับ Destruction All-Stars ที่เปิดตัวบน PS5 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 แต่หลังจากนั้น Sony ก็ยึดนโยบายไม่เพิ่มเกม First-Party ใหม่ลงบริการทันทีอีกเลย
สำหรับเกม Third-Party ที่เปิดให้เล่นบน PS Plus ตั้งแต่วันแรกในช่วงหลัง ได้แก่ FBC: Firebreak, The Plucky Squire, Dave the Diver, Animal Well, Tales of Kenzera: Zau และ Stray
เมื่อถูกถามถึงแคตตาล็อก PlayStation Classics ที่เปิดให้สมาชิก PS Plus ระดับ Premium ใช้งานได้ Maguire ระบุว่า Sony พยายามเพิ่มเกมเก่าลงในบริการอย่างน้อยเดือนละ 1 เกม
ส่วนกรณีที่เกมคลาสสิกจาก Sony เอง เช่น Resistance ภาค 1–2 และ Infamous Second Son ถูกถอดออกในช่วงที่ผ่านมา Maguire ตอบว่าบริษัทต้องการสร้างสมดุลให้กับคลังเกม
“ตอนนี้เรามีคอลเลกชันเกมกว่า 80 กลุ่มในคลัง เราจึงต้องการรักษาความสดใหม่ด้วยการเพิ่มเกมใหม่เข้ามา ซึ่งบางครั้งก็หมายถึงการนำบางเกมออกไปด้วย เพื่อให้บริการน่าสนใจต่อเนื่องและช่วยให้ผู้เล่นค้นหาเกมใหม่ได้มากขึ้น”
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net