ไมโครซอฟท์ประกาศยกระดับความร่วมมือกับประเทศไทยครั้งใหญ่ ด้วยแผนลงทุนมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2569–2571 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI ภายในประเทศ ควบคู่กับการเสริมความมั่นคงทางดิจิทัล และการพัฒนาทักษะบุคลากรไทยในวงกว้าง หลังการเข้าพบของแบรด สมิธ รองประธานกรรมการบริหารและประธานของ Microsoft กับนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569
การลงทุนรอบใหม่นี้ถูกวางกรอบไว้ภายใต้วิสัยทัศน์การผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของภูมิภาค โดยไมโครซอฟท์ระบุว่าจะมุ่งดำเนินงานใน 3 เสาหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี ความมั่นคง และบุคลากร เพื่อให้การเข้าถึงนวัตกรรมคลาวด์และ AI เกิดขึ้นได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และทั่วถึงมากขึ้นในทุกภาคส่วนของประเทศ
ในด้านเทคโนโลยี เงินลงทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจะถูกใช้เพื่อพัฒนาศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ในประเทศไทยตามมาตรฐานระดับโลกของไมโครซอฟท์ โดยบริษัทระบุว่าการพัฒนาจะคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพ ความมั่นคง และความยั่งยืน รวมถึงการใช้พลังงานสะอาดและการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

ไมโครซอฟท์ยังชี้ว่าความร่วมมือก่อนหน้านี้กับพันธมิตรในไทยและพาร์ทเนอร์ระดับโลก เช่น GULF, AIS, เครือเจริญโภคภัณฑ์, True Corporation และ True IDC จะเป็นฐานสำคัญที่ช่วยต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ แต่รวมถึงการจ้างงานทักษะสูง การถ่ายทอดองค์ความรู้ทางเทคนิค และการยกระดับขีดความสามารถของภาคธุรกิจไทยในระยะยาวด้วย
อีกประเด็นที่ไมโครซอฟท์เน้นอย่างมากคือเรื่อง “AI diffusion” หรือการกระจายตัวของการใช้งาน AI จริงในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นตัวชี้วัดสำคัญด้านผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน โดยข้อมูลของไมโครซอฟท์ระบุว่า ประเทศในซีกโลกเหนือมีผู้ใช้งาน AI ราว 1 ใน 4 ของประชากรวัยทำงาน ขณะที่ประเทศในซีกโลกใต้ยังอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 7 สะท้อนว่าประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงไทย ยังมีพื้นที่ให้เติบโตได้อีกมาก หากมีทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาทักษะรองรับอย่างจริงจัง
ด้านความมั่นคง ไมโครซอฟท์ระบุว่าจะทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลของไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการวางรากฐานด้านการกำกับดูแลข้อมูล ความปลอดภัยไซเบอร์ และแนวทางการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรไทยในการนำ AI ไปใช้งานจริง รวมถึงช่วยเพิ่มศักยภาพของประเทศในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในอนาคต
ตัวอย่างที่ถูกยกขึ้นมาคือความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในการพัฒนาระบบ TH2OECD บนแพลตฟอร์ม Microsoft Azure OpenAI เพื่อช่วยวิเคราะห์และเปรียบเทียบกฎหมายไทยกับมาตรฐาน OECD ซึ่งสะท้อนให้เห็นการนำ AI มาใช้งานในภาครัฐเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และการยกระดับมาตรฐานการทำงานให้สอดคล้องกับระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ยังร่วมกับสำนักงานการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ USTDA สนับสนุนเงินทุน 950,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเครดิตการใช้งาน Microsoft Azure อีก 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับทีมนักพัฒนาชาวไทย Ai-ssistance เพื่อพัฒนาโซลูชัน AI สำหรับ aCommerce ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซระดับภูมิภาคที่มีฐานปฏิบัติงานในประเทศไทย
ในด้านการพัฒนาคน ไมโครซอฟท์ระบุว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับทักษะ AI ให้คนไทยแล้วกว่า 2 ล้านคน และยังทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการผ่านแพลตฟอร์ม NDLP ซึ่งปัจจุบันเปิดให้นักเรียนมัธยมศึกษาใช้งานได้มากกว่า 600,000 คน พร้อมมีแผนยกระดับแพลตฟอร์มดังกล่าวด้วยเครื่องมือ AI เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาในอนาคต
ขณะเดียวกัน บริษัทยังขยายโครงการ Microsoft Elevate ในไทย ผ่านการเปิดตัว Microsoft Elevate for Educators และ Microsoft Elevate for Changemakers เพื่อสนับสนุนทั้งภาคการศึกษา แรงงาน และการทำงานเพื่อสังคมในระดับชุมชน โดยเน้นการลดช่องว่างด้านความพร้อมในการใช้ AI ผ่านเครื่องมือที่เชื่อถือได้ หลักสูตรและประกาศนียบัตรฟรี ตลอดจนเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศ
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับทักษะแรงงานไทย 150,000 คน ผ่านความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน บนแพลตฟอร์ม DSD Online Training ซึ่งปัจจุบันมีเนื้อหาภาษาไทยด้าน AI จากไมโครซอฟท์มากกว่า 280 หลักสูตร พร้อมระบบรับรองทักษะจากทั้งภาครัฐและไมโครซอฟท์เอง
สำหรับภาพรวม ข่าวนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของไทยในเกมแข่งขันด้าน AI ระดับภูมิภาค เพราะไม่ใช่แค่การประกาศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แต่ยังครอบคลุมไปถึงการออกแบบระบบความเชื่อมั่นทางดิจิทัล การวางกรอบใช้งาน AI อย่างรับผิดชอบ และการเร่งสร้างคนให้พร้อมกับเศรษฐกิจยุคใหม่พร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียว
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



