Koei Tecmo ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเอนจินเกมภายในของตัวเองอย่าง Katana Engine แทนที่จะพึ่งพาเอนจินจากภายนอกอย่าง Unity หรือ Unreal Engine
ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของบริษัทในปีงบประมาณล่าสุด (1 เมษายน 2025 – 31 มีนาคม 2025) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 39% โดยรายงานจาก GameBiz ระบุว่า เม็ดเงินจำนวนมากถูกใช้ในการพัฒนา Katana Engine ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
Katana Engine เป็นเอนจินหลักที่ใช้ในเกมส่วนใหญ่ของ Koei Tecmo โดยสามารถรองรับการพัฒนาเกมได้หลายแนว ทั้งเกมแอ็กชัน 3 มิติอย่าง Dynasty Warriors: Origins และ Rise of the Ronin ไปจนถึงเกมแนววางแผนอย่าง Nobunaga’s Ambition เอนจินนี้ยังถูกปรับแต่งมาให้รองรับทั้งกราฟิกแบบสมจริง (Photorealistic) และสไตล์อนิเมะอย่างที่เห็นในเกมซีรีส์ Atelier

ตามรายงานของ Denfaminicogamer Katana Engine ยังรองรับระบบสร้างคอนเทนต์แบบอัตโนมัติ (Procedural Generation) ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างโมเดลภูมิประเทศจากภาพร่าง และสร้างการแสดงสีหน้าตัวละครจากภาพ 2 มิติได้โดยอัตโนมัติ
Hirosato Mishima วิศวกรและหัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Koei Tecmo ให้ความเห็นว่า การพัฒนาเอนจินของตัวเองช่วยลดระยะเวลาในการทดลองและเปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นจริงได้รวดเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้เอนจินจากภายนอก

“เราไม่ต้องรอให้ผู้ให้บริการ Middleware ปล่อยอัปเดต เราสามารถลงมือกับแนวคิดใหม่ ๆ ได้ทันที” Mishima กล่าว พร้อมเสริมว่า ความสามารถในการพึ่งพาตัวเองเช่นนี้คือ “คุณสมบัติสำคัญที่นักพัฒนาเกมควรมี หากต้องการแข่งขันในตลาดโลก”
Mishima ยังระบุว่า Koei Tecmo เป็นหนึ่งในสตูดิโอที่มีศักยภาพในการสร้างเอนจินระดับสูงด้วยทีมงานภายในองค์กรทั้งหมด และสามารถเตรียมเครื่องมือพัฒนาสำหรับแพลตฟอร์มใหม่ได้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องรอซอฟต์แวร์จากภายนอก
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net



