Final Fantasy XIV ครบรอบ 15 ปีแล้ว และแม้จะเป็นเกม MMORPG ที่ต้องเจอกับความท้าทายในการดึงดูดผู้เล่นหลายกลุ่ม แต่สิ่งที่ทำให้ผู้เล่นสายโซโลยังอยู่ต่อไม่หนีหายไปไหน ก็คือโหมด Roguelite อย่าง Deep Dungeons ที่มอบประสบการณ์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
Deep Dungeons ถูกเพิ่มเข้ามาครั้งแรกในภาคเสริม Heavensward ที่เปิดตัวในปี 2015 โดยเป็นโหมดที่ผู้เล่นสามารถเล่นคนเดียวหรือจับกลุ่มกับเพื่อนได้ ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 แบบคือ Palace of the Dead, Heaven-on-High และ Eureka Orthos จุดที่แตกต่างจากโหมดทั่วไปคือผู้เล่นจะเริ่มต้นที่เลเวล 1 พร้อมอุปกรณ์เฉพาะของดันเจี้ยนนี้ และต้องปีนขึ้นไปทีละชั้นเพื่อเก็บเลเวลและพัฒนาอาวุธ
ทุก Deep Dungeon ใช้โครงสร้างเดียวกัน ผู้เล่นต้องไต่ชั้นไปเรื่อย ๆ เจอทั้งศัตรู สมบัติ และกับดัก โดย Palace of the Dead มีมากถึง 200 ชั้น ส่วนอีกสองแบบมี 100 ชั้น ความท้าทายคือหากพ่ายแพ้ก่อนถึงชั้นที่กำหนด เช่นชั้น 50 ใน Palace of the Dead จะต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ชั้น 1

แม้จะมีผู้เล่นบางส่วนที่เลิกไปหลังผ่านครั้งแรก แต่ก็ยังมีแฟนพันธุ์แท้ที่สนุกกับการท้าทายตัวเอง หนึ่งในนั้นคือ AuroraMoonx คอนเทนต์ครีเอเตอร์ของ Final Fantasy XIV ที่เล่น Deep Dungeons มาตั้งแต่ปี 2018 และยอมรับว่าโหมดนี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้พวกเขายังอยู่กับเกมต่อ
Aurora เคยทำสถิติระดับโลกด้วยการเคลียร์ Heaven-on-High แบบโซโลโดยใช้คลาส Conjurer ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่อ่อนแอกว่าของ White Mage รวมถึงการทำเวลา 7 ชั่วโมงเพื่อผ่านครบ 200 ชั้นใน Palace of the Dead ด้วยคลาส Astrologian ในช่วงภาค Endwalker สิ่งเหล่านี้สะท้อนความท้าทายที่ดึงดูดผู้เล่นให้กลับมาเสมอ
Aurora เชื่อว่า Deep Dungeons เติมชีวิตชีวาใหม่ให้กับ FFXIV ได้จริง ๆ เพราะแตกต่างจากดันเจี้ยนหรือเรดปกติที่ยึดตามแพทเทิร์นซ้ำ ๆ พวกเขากล่าวว่า “Deep Dungeon บังคับให้ตัดสินใจแบบสด ๆ ไม่มีรันไหนเหมือนกัน และต้องใช้ทักษะใหม่ทั้งหมด มันคือความสดใหม่ที่ทำให้เกมยังน่าสนใจ”

อย่างไรก็ตาม Deep Dungeons ก็ไม่ได้ไร้ข้อบกพร่อง Aurora เองก็เรียกร้องมานานให้ปรับปรุงระบบ เช่นการทำให้ Sustaining Potions เข้าถึงง่ายขึ้น เพราะตอนนี้กลายเป็นกำแพงที่ทำให้ผู้เล่นใหม่จำนวนมากไม่กล้าลอง
แม้จะมีจุดซ้ำซากหรือปัญหาที่ควรแก้ แต่ Deep Dungeons ก็ยังคงเป็นสนามทดสอบทักษะที่ไม่เหมือนใคร ทุกครั้งที่เริ่มต้นใหม่อาจโชคดีเจอของดีครบ หรือตกหลุม Mimic พังพินาศในทันที ความไม่แน่นอนนี้คือเสน่ห์ที่ทำให้โหมด Roguelite ยังสดใหม่เสมอ
สุดท้ายแล้ว Deep Dungeons คือหนึ่งในตัวอย่างการผสมผสานแนวเกมที่ช่วยให้ Final Fantasy XIV ยืนระยะได้ยาวนาน และแสดงให้เห็นว่าการดึงกลไกของ Roguelite มาใช้ สามารถสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับเกม MMO ได้จริง

ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X