สมาคมซอฟต์แวร์บันเทิงแห่งสหรัฐฯ (ESA) เปิดเผยรายงานประจำปี “Essential Facts About the Video Game Industry 2025” ซึ่งจัดทำโดย YouGov จากการสำรวจประชากร 5,000 คนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่าในปี 2024 มีชาวอเมริกันกว่า 205 ล้านคน หรือ 64% ของประชากร เล่นวิดีโอเกมมากกว่าหนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์
นอกจากนี้ 83% ของครัวเรือนในสหรัฐฯ เคยเล่นเกมบนอุปกรณ์อย่างน้อยหนึ่งเครื่องในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือมือถือ (72%) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5% ตามมาด้วยพีซี (54%) และคอนโซล (42%) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2023 ถึง 6%
ผู้เล่นเกมโดยเฉลี่ยในสหรัฐฯ มีอายุ 26 ปี และมีประสบการณ์เล่นเกมมาแล้ว 18 ปี โดยในกลุ่มตัวอย่าง 47% ระบุว่าเป็นผู้หญิง และ 52% เป็นผู้ชาย เทียบกับปี 2023 ที่มีสัดส่วน 46% และ 53% ตามลำดับ
พฤติกรรมการซื้อเกมระบุว่า 57% ดาวน์โหลดเกมฟรีในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ 40% ซื้อเกมแบบชำระเงิน และ 33% สมัครใช้บริการเกมแบบรายเดือนหรือรายปี สำหรับการซื้อภายในเกม ผู้เล่นกว่า 50% เคยซื้อเนื้อหาหรือไอเท็มในเกม โดยสกุลเงินในเกมได้รับความนิยมสูงสุดที่ 34% รองลงมาคือชุดแต่งตัวและเนื้อหาเสริมที่ 26%
ด้านเหตุผลในการเล่นเกม 68% เล่นเพื่อฆ่าเวลาและผ่อนคลาย 62% เล่นเพื่อความสนุก และ 35% เล่นเพื่อกระตุ้นความคิด โดย ESA ชี้ว่า ผู้ใหญ่สูงอายุมักมองว่าเกมช่วยกระตุ้นจิตใจ ส่วนผู้เล่นวัยหนุ่มสาวให้ความสำคัญกับความสนุก การเข้าถึงที่ง่าย ความสัมพันธ์ทางสังคม และการลดความเครียด
ในกลุ่มผู้ปกครอง พบว่า 82% เล่นเกมกับลูก และ 62% ใช้ระบบควบคุมของผู้ปกครองเพื่อจำกัดการใช้จ่ายภายในเกม อีก 90% ใช้ระบบควบคุมตามระดับอายุที่กำหนดไว้
Stanley Pierre-Louis ประธานและซีอีโอของ ESA กล่าวสรุปว่า “วิดีโอเกมเป็นพลังทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศ ให้ทั้งความสนุก สุขภาพจิตที่ดี ความผ่อนคลาย และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในหมู่ผู้เล่น”
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net



