Kenzo Saruhashi ซีอีโอคนใหม่ของ Nippon Ichi Software (NIS) และ Yu Mizokami ผู้สร้างซีรีส์ Yomawari ได้ให้สัมภาษณ์กับ Famitsu เกี่ยวกับแนวทางการสร้าง IP ใหม่ท่ามกลางต้นทุนการพัฒนาที่พุ่งสูง และความเสี่ยงในตลาดเกมปัจจุบัน โดยทั้งคู่ยืนยันว่า สำหรับสตูดิโอขนาดกลางอย่าง NIS การสร้างสรรค์สิ่งใหม่คือ “ทางรอด” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในการถ่ายทอดสดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา NIS ได้ประกาศเปิดตัวเกมใหม่ถึง 6 เกม ซึ่งมีเพียง Fuuraiki 5 เท่านั้นที่เป็นภาคต่อ ส่วนที่เหลือเป็น IP ใหม่ทั้งหมด ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้แฟน ๆ อย่างมาก
Saruhashi อธิบายว่า การสร้างภาคต่อเป็นทางเลือกที่ง่ายและปลอดภัยกว่าในแง่ธุรกิจ เพราะสามารถคาดการณ์ยอดขายและกำไรได้ แต่สำหรับ NIS การตัดสินใจว่าจะทำภาคต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความต้องการของแฟนเกมเป็นหลัก
“ในทางกลับกัน ถ้าเราเลิกท้าทายอะไรใหม่ ๆ ไป ก็เหมือนปลาที่ขาดน้ำ—เราคงไม่รอดแน่” Saruhashi กล่าว
แม้คำพูดจะดูรุนแรง แต่ก็สะท้อนแนวคิดที่ชัดเจนว่า บริษัทขนาดกลางอย่าง NIS ต้องกล้าทำในสิ่งที่บริษัทยักษ์ใหญ่ไม่กล้าเสี่ยง เพราะนี่คือโอกาสที่จะสร้างเอกลักษณ์และหาฐานแฟนใหม่ ซึ่งที่ผ่านมา NIS ก็พิสูจน์แล้วว่าทำได้ เช่นกรณีของ Yomawari ที่เริ่มต้นจากความเสี่ยง แต่กลับประสบความสำเร็จเกินคาด
อย่างไรก็ตาม NIS ก็ยังเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น ทางบริษัทจึงจำเป็นต้องจำกัดงบสำหรับเกมแนวทดลอง และอาศัยความคิดสร้างสรรค์ของทีมงานในการหาทางออก
Mizokami กล่าวเสริมด้วยมุมมองที่น่าสนใจว่า แม้จะได้รับงบมหาศาลก็ไม่ได้การันตีความสุขหรือคุณภาพในการทำงาน เพราะ “อาจรู้สึกเบื่อกลางทาง” และเธอกลับชอบความท้าทายในการแก้ปัญหาภายใต้งบจำกัดมากกว่า
Saruhashi และ Mizokami เรียกวิธีการพัฒนาเกมของ NIS ว่าเป็นแนวทาง “สปีดรัน” หรือ “รีลไทม์แอทแทก” ที่เน้นการตัดสินใจรวดเร็ว ปรับตัวทันสถานการณ์ และพุ่งเป้าไปที่ความสร้างสรรค์อย่างเต็มที่
แนวคิดเหล่านี้สะท้อนจุดยืนของ NIS ที่เลือกเดินบนเส้นทางของผู้ท้าทาย ซึ่งแม้จะเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ก็เปิดโอกาสในการสร้างสิ่งใหม่ที่แตกต่างจากกระแสหลักในอุตสาหกรรมเกมปัจจุบัน
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net



