เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการพูดถึงกรณีแบตเตอรี่ของรถ Tesla ในประเทศไทยที่เกิดอาการเสียหาย ใช้งานไม่ได้ หลังใช้งานเกินระยะประกัน จนทำให้เจ้าของรถหลายคนเริ่มกังวลว่า รถของตัวเองเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ และหากวันหนึ่งแบตเตอรี่เกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ จะต้องรับมืออย่างไร
Tesla ทุกรุ่นมีปัญหาหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ใช่ทุกคัน
จากข้อมูลที่ถูกพูดถึงในกลุ่มผู้ใช้งานและช่างผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง EV Clinic พบว่า กลุ่มที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือ Tesla รุ่น Long Range และ Performance บางส่วน ที่ใช้แบตเตอรี่ NMC จาก LG Energy Solution (LGES) ในรหัส 5C และ 5L
ส่วน Tesla รุ่น RWD หรือ Standard Range ที่ใช้แบตเตอรี่ LFP จาก CATL ยังไม่พบว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
รุ่นไหนในไทยที่ควรเช็ก?
หากคุณใช้
- Tesla Model 3 Long Range
- Tesla Model 3 Performance
- Tesla Model Y Long Range
- Tesla Model Y Performance
ที่ผลิตช่วงปี 2022-2024 มีโอกาสใช้แบตเตอรี่ LG รหัส 5C/5L ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังถูกจับตามอง
อย่างไรก็ตาม การใช้แบตรหัส 5C/5L ไม่ได้หมายความว่ารถจะต้องมีปัญหา เพียงแต่เป็นกลุ่มที่มีรายงานพบเคสเสียหายมากกว่ารุ่นอื่นในช่วงที่ผ่านมา
ทำไมแบตเตอรี่ LG 5C และ 5L ถึงถูกพูดถึง?
ข้อมูลจาก EV Clinic ระบุว่า แบตเตอรี่ NMC บางล็อตที่ผลิตโดย LG Energy Solution ในประเทศจีน โดยเฉพาะแบตเตอรี่รหัส 5C และ 5L ที่พบในพาร์ตหมายเลขตระกูล 1700012 มีรายงานพบปัญหาการเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติในรถบางคัน
ลักษณะของปัญหาคือเซลล์แบตเตอรี่ภายในแพ็กอาจเสื่อมพร้อมกันหลายจุด ทำให้ค่าความต้านทานภายในเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่ควร และเมื่อใช้งานไปนาน ๆ ระบบความปลอดภัยของรถอาจตรวจพบความผิดปกติจนล็อกการใช้งานแบตเตอรี่ได้ ก็คือตีว่าแบตเตอรี่เสียนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม อัตราการเกิดปัญหาของแบตเตอรี่กลุ่มนี้อยู่ที่ประมาณ 3-4% เท่านั้น หมายความว่าแม้จะเป็นล็อตที่ถูกจับตามอง แต่รถส่วนใหญ่ก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ และไม่ได้หมายความว่ารถ Tesla ทุกคันจะต้องเกิดปัญหาในอนาคต
วิธีเช็กว่า Tesla ของคุณใช้แบตเตอรี่ล็อตไหน
สามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ ผ่านระบบอะไหล่ของ Tesla
- เข้าเว็บไซต์ Tesla Parts
- ล็อกอินด้วย Tesla Account หรือกรอกหมายเลข VIN ของรถ
- เข้าไปที่เมนู HV BATTERY SYSTEM > High Voltage Battery Assembly และดูหมายเลข Tesla Part Number ที่มีป้ายกำกับ Original VIN Part
หากขึ้นต้นด้วย 1700012 เช่น 1700012-00-B หรือ 1700012-00-F แสดงว่าเป็นแบตเตอรี่กลุ่ม LG 5C หรือ LG 5L ที่กำลังถูกพูดถึงในขณะนี้
แต่หากขึ้นต้นด้วย 1104422 เช่น 1104422-00-M จะเป็นแบตเตอรี่รุ่นปรับปรุงใหม่ หรือที่เรียกว่า LG 5M ซึ่งได้รับการปรับปรุงด้านความเสถียรและความทนทานมากขึ้น
ทั้งนี้มีรายงานว่ารถ Tesla บางคันที่ส่งมอบในปี 2025 ยังคงพบการใช้แบตเตอรี่ล็อต 1700012 อยู่เช่นกัน จึงควรตรวจสอบจากหมายเลขพาร์ตของรถแต่ละคันโดยตรงจะถูกต้องที่สุด
แล้ว Tesla รุ่น RWD ล่ะ?
สำหรับ Model Y RWD และ Model 3 RWD ที่ขายในไทยส่วนใหญ่ ใช้แบตเตอรี่ LFP จาก CATL ปัจจุบันยังไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ถูกพูดถึงเรื่องความเสี่ยงของแบตเตอรี่
กลุ่มแบตเตอรี่ LFP จาก CATL รวมถึงแบตเตอรี่จาก Panasonic ยังมีสถิติด้านความทนทานในระยะยาวที่ดีกว่ากลุ่ม LG 5C และ 5L ที่กำลังถูกจับตามองอยู่ในขณะนี้
ถ้าใช้แบตเตอรี่ LG 5C หรือ 5L ต้องกังวลไหม?
คำตอบคือ ยังไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก
แม้แบตเตอรี่กลุ่มนี้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ควรเฝ้าระวัง แต่โอกาสเกิดปัญหาจริงยังถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับจำนวนรถทั้งหมด
หากเจ้าของรถช่วยลดความเครียดของแบตเตอรี่ได้ก็จะเป็นการถนอมแบตได้มากขึ้นโดย
- ตั้งค่าชาร์จประจำวันไว้ที่ประมาณ 80%
- หลีกเลี่ยงการชาร์จค้างไว้ที่ 100% เป็นเวลานาน
- ลดการใช้ DC Fast Charge บ่อยเกินความจำเป็น
- หลีกเลี่ยงการจอดรถกลางแดดจัดเป็นเวลานาน
- ติดตามสุขภาพแบตเตอรี่และข้อความแจ้งเตือนจากรถอย่างสม่ำเสมอ
- หากมีอาการผิดปกติ ระยะทางวิ่งลดลง ชาร์จนานขึ้น รีบเข้าศูนย์ทันที
ถ้าแบตพัง ค่าใช้จ่ายแพงแค่ไหน?
นี่คือสิ่งที่หลายคนกังวลมากที่สุด ในต่างประเทศมีรายงานว่าค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ผ่านศูนย์บริการ Tesla อาจสูงกว่า 500,000 บาท และบางกรณีอาจแตะระดับ 800,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นรถและประเทศที่เข้ารับบริการ
แม้ Tesla จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Refurbished หรือก็คือแบตเตอรี่ที่ผ่านการปรับสภาพใหม่ ไม่ใช่แบตใหม่จากโรงงานในทุกกรณี
และในไทยสำหรับรถ Tesla ที่แบตเตอรี่เสียหายหลังหมดระยะประกันก็ได้มีการเสนอราคามาถึง 880,386.72 บาทเลยทีเดียว

ข่าวดีคือ รถไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ในประกัน
Tesla รับประกันแบตเตอรี่และมอเตอร์นานถึง
- 8 ปี หรือ
- 192,000 กิโลเมตร
แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน
Tesla Model Y และ Model 3 ที่เริ่มขายอย่างเป็นทางการในไทยตั้งแต่ปี 2022 จึงยังเหลือระยะรับประกันอีกหลายปี (หากขับไม่โหดจนเกินระยะทางรับประกัน)
หากแบตเตอรี่เสียหายจนใช้งานไม่ได้จริง มีโอกาสสูงที่จะได้รับการเคลมภายใต้เงื่อนไขรับประกัน
ประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงในตอนนี้ไม่ได้หมายความว่า Tesla ทุกคันกำลังมีปัญหา แต่เป็นการเตือนให้เจ้าของรถ Model 3 และ Model Y รุ่น Long Range / Performance ช่วงปี 2022-2025 หันมาตรวจสอบข้อมูลแบตเตอรี่ของตัวเองมากขึ้น
ขณะเดียวกัน รถ Tesla ส่วนใหญ่ในไทยยังอยู่ในระยะรับประกันแบตเตอรี่ จึงยังไม่มีเหตุผลให้ตื่นตระหนก เพียงแค่ติดตามสุขภาพแบตอย่างสม่ำเสมอ ลดความเครียดของแบตเตอรี่เท่าที่ทำได้ และเก็บประวัติการเข้ารับบริการเอาไว้ให้ครบถ้วนก็เพียงพอแล้วในเวลานี้
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่หน้าแรก techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



