HomeGamesNintendoนักวิเคราะห์ชี้ Switch 2 รุ่นราคาประหยัดในญี่ปุ่น อาจกำลังสร้างภาระต้นทุนให้ Nintendo

นักวิเคราะห์ชี้ Switch 2 รุ่นราคาประหยัดในญี่ปุ่น อาจกำลังสร้างภาระต้นทุนให้ Nintendo

นักวิเคราะห์ในญี่ปุ่นเปิดเผยว่า Nintendo Switch 2 รุ่นราคาประหยัดที่วางจำหน่ายเฉพาะในญี่ปุ่น อาจกำลังสร้างภาระขาดทุนให้กับ Nintendo ประมาณ 25,000 เยนต่อเครื่อง

Hideki Yasuda นักวิเคราะห์จากบริษัท Toyo Securities ได้วิเคราะห์ผลประกอบการล่าสุดของ Nintendo และตั้งข้อสังเกตว่ากำไรของบริษัทเริ่มถูกกดดันจากโครงสร้างต้นทุนของคอนโซลรุ่นใหม่

ในประเทศญี่ปุ่น Nintendo Switch 2 เปิดตัวด้วยสินค้าสองรุ่น ได้แก่ รุ่นราคาประหยัดที่รองรับเฉพาะภาษาญี่ปุ่น ซึ่งวางจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกทั่วไปในราคาประมาณ 49,980 เยน (ประมาณ 10,000 บาท) และรุ่นหลายภาษาที่ไม่มีการล็อกภูมิภาค ซึ่งวางจำหน่ายผ่าน My Nintendo Store ในราคาประมาณ 69,980 เยน (ประมาณ 14,000 บาท)

ตามการวิเคราะห์ของ Yasuda รุ่นราคาประหยัดซึ่งได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น อาจสร้างผลขาดทุนให้ Nintendo ประมาณ 25,000 เยนต่อเครื่อง หรือประมาณ 5,000 บาท

Yasuda เขียนบทวิเคราะห์ลงในเว็บไซต์ Diamond Online โดยใช้ข้อมูลจากผลประกอบการไตรมาสที่สามของปีงบประมาณซึ่งสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2026 ที่ทาง Nintendo เพิ่งเผยแพร่ไปได้ไม่นาน

รายงานดังกล่าวระบุว่า รายได้และกำไรจากการดำเนินงานของ Nintendo เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้เพิ่มขึ้น 99.3% และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 21.3%

อย่างไรก็ตาม Yasuda ชี้ว่าการเติบโตของกำไรยังตามหลังการเติบโตของยอดขาย ซึ่งสะท้อนว่ากำไรต่อหน่วยกำลังลดลง เขาคาดว่าสาเหตุสำคัญอาจมาจากยอดขาย Switch 2 ที่แข็งแกร่งในตลาดญี่ปุ่น

นับตั้งแต่เปิดตัว คอนโซลรุ่นนี้มียอดขายในญี่ปุ่นแล้วประมาณ 4.78 ล้านเครื่อง แม้จะไม่มีข้อมูลแยกว่ายอดขายของแต่ละรุ่นเป็นเท่าใด แต่ Yasuda เชื่อว่ารุ่นราคาประหยัดที่รองรับเฉพาะภาษาญี่ปุ่นอาจเป็นตัวที่กดดันความสามารถในการทำกำไรของเครื่อง

เขาประเมินว่าต้นทุนการผลิต Switch 2 อยู่ที่ประมาณ 400 ดอลลาร์ต่อเครื่อง (ประมาณ 12,600 บาท)

ต้นทุนดังกล่าวประกอบด้วยค่าเซมิคอนดักเตอร์ประมาณ 300 ดอลลาร์ (ประมาณ 9,500 บาท) ซึ่งรวมถึง GPU ของ Nvidia และหน่วยความจำ ซึ่งราคากำลังเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีค่าแบตเตอรี่และตัวเครื่องประมาณมากกว่า 80 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,500 บาท) รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่นค่าการผลิตและค่าประกอบ

หากสมมติว่า Nintendo ขายเครื่องให้ร้านค้าปลีกในราคาประมาณ 41,000 เยนต่อเครื่อง การคำนวณจะทำให้เห็นว่าบริษัทอาจขาดทุนประมาณ 25,000 เยนต่อเครื่อง 

Yasuda ยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ตลาดญี่ปุ่นมีอัตราการซื้อซอฟต์แวร์ต่อเครื่องคอนโซล หรือ Attach Rate ต่ำกว่าตลาดยุโรปและอเมริกา ซึ่งยิ่งทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง

จากสถานการณ์ที่ต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาขาย เขาระบุว่า Nintendo กำลังเผชิญกับ “Negative Margin” หรือส่วนต่างกำไรติดลบในตลาดญี่ปุ่น

เขาอธิบายว่าความสามารถในการทำกำไรของเครื่องกำลัง “ลดลงมากขึ้นทุกครั้งที่ขายเครื่องเพิ่ม”

แม้ Nintendo ยังไม่ได้แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับขึ้นราคาของ Switch 2 แต่รายงานจาก Bloomberg ระบุว่าบริษัทกำลังพิจารณาแผนดังกล่าวสำหรับปี 2026

Yasuda มองว่าการปรับราคาฮาร์ดแวร์ให้เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นต่อการรักษากำไร เขาเชื่อว่า Nintendo เลือกตั้งราคา Switch 2 ในญี่ปุ่นให้ต่ำ เนื่องจากมีความเชื่อในอุตสาหกรรมว่าคอนโซลที่มีราคาสูงจะขายได้ยากในตลาดญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม Yasuda มองว่าความเชื่อนี้อาจล้าสมัยแล้ว และสนับสนุนให้มีการปรับราคาหรือเปิดตัวรุ่นดีไซน์พิเศษ เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของ Switch 2 ในอนาคต

ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net 
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X
TechCatchUp Team
TechCatchUp Teamhttps://techcatchup.net
TechCatchUp — your destination for technology, gaming and lifestyle.
RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner

Most Popular

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner