Mobile Suit Gundam Hathaway: The Sorcery of Nymph Circe ของ Bandai Namco Filmworks เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 30 มกราคม ถือเป็นการปิดฉากการรอคอยยาวนานกว่า 5 ปี หลังจากภาพยนตร์ภาคแรกของไตรภาคเปิดตัวในปี 2021
ภาคใหม่นี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำรายได้ทะลุ 9.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 305.52 ล้านบาท) ภายในเวลาเพียง 11 วันหลังฉาย และกระแสความนิยมของภาพยนตร์ยังส่งผลกระทบไปถึงวงการเพลงด้วย
ตามรายงานของ Rolling Stone Japan เพลงฮิตปี 1987 อย่าง “Sweet Child O’ Mine” ของวง Guns N’ Roses มียอดดาวน์โหลดดิจิทัลบน iTunes Store เพิ่มขึ้นถึง 12,166% ทันทีหลังจากภาพยนตร์เข้าฉาย เพลงดังกล่าวพุ่งขึ้นสู่อันดับ 18 บนชาร์ตเพลงของ iTunes ขณะที่ยอดสตรีมผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Spotify เพิ่มขึ้น 410% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
ไม่เพียงเท่านั้น อัลบั้มเปิดตัวของวงอย่าง Appetite for Destruction ซึ่งมีเพลงดังกล่าวรวมอยู่ด้วย ยังขึ้นไปแตะอันดับ 16 บนชาร์ตอัลบั้มของ iTunes และติดอันดับใน Shazam Top 200 อีกด้วย
สาเหตุที่ทำให้ยอดดาวน์โหลดและสตรีมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะ Mobile Suit Gundam Hathaway ภาคใหม่นี้ใช้ “Sweet Child O’ Mine” เป็นเพลงเครดิตท้ายเรื่อง และทางสตูดิโอเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับจนถึงวันฉายจริง ส่งผลให้เกิดกระแสความสนใจพุ่งขึ้นพร้อมกันทันที
ก่อนหน้านี้ Bandai Namco เคยเปิดเผยตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าภาพยนตร์จะใช้เพลง “Snooze” ของ SZA เป็นเพลงเปิด ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับแฟน ๆ จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เพลงตอนท้ายจาก Guns N’ Roses กลับกลายเป็นเซอร์ไพรส์ที่ผู้ชมในโรงภาพยนตร์ไม่คาดคิด
หลังจากข้อมูลถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ สตูดิโอได้ปล่อยวิดีโอโปรโมตที่มีเพลงดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ซึ่งมียอดรับชมมากกว่า 1.1 ล้านครั้ง
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X



