HomeTechPhonesราคาเฉลี่ยสมาร์ตโฟนทั่วโลกทะลุ 400 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก ส่งสัญญาณยุคมือถือราคาแพง

ราคาเฉลี่ยสมาร์ตโฟนทั่วโลกทะลุ 400 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก ส่งสัญญาณยุคมือถือราคาแพง

ตลาดสมาร์ตโฟนสร้างสถิติใหม่ในช่วงปลายปี 2025 เมื่อราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ตโฟนทั่วโลกพุ่งสูงเกิน 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 12,600 บาท) เป็นครั้งแรก ข้อมูลจาก Counterpoint Research ระบุว่า แม้ยอดขายจำนวนเครื่องจะเพิ่มขึ้นเพียง 4% แต่รายได้รวมของตลาดกลับพุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 135 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.26 ล้านล้านบาท)

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเติบโตอย่างชัดเจนของตลาดสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียม โดยผู้บริโภคจำนวนมากเลือกซื้อรุ่นราคาสูงมากขึ้น ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยหรือ ASP เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของราคาไม่ได้เกิดจากความต้องการสินค้าหรูเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะหน่วยความจำอย่าง DRAM และ NAND ที่มีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานของ Counterpoint Research ระบุว่า Apple ครองตำแหน่งผู้นำตลาดสมาร์ตโฟนในปี 2025 อย่างชัดเจน โดยมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 57% ในไตรมาสที่ 4 ของปี ความต้องการที่แข็งแกร่งของ iPhone 16 และ iPhone 17 โดยเฉพาะในตลาดจีนและสหรัฐอเมริกา ช่วยผลักดันรายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น 11% ไปอยู่ที่ 76 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.40 ล้านล้านบาท) โดยรุ่น Pro Max ซึ่งมีราคาสูงเป็นพิเศษทำยอดขายได้โดดเด่นกว่ารุ่นอื่น

ในฝั่งของ Samsung บริษัทมีการเติบโตด้านจำนวนเครื่องมากที่สุดในตลาด โดยยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 17% อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยกลับลดลงราว 20% เนื่องจากบริษัทมุ่งเน้นการทำตลาดสมาร์ตโฟนราคาย่อมเยาในซีรีส์ Galaxy A อย่างหนักในช่วงเทศกาลปลายปี แม้เช่นนั้น รายได้รวมของ Samsung ยังเพิ่มขึ้น 12% จากแรงหนุนของสมาร์ตโฟนเรือธง Galaxy S25 รวมถึงรุ่นจอพับอย่าง Z Fold 7

สถานการณ์ของ Xiaomi กลับดูไม่สดใสนัก โดยทั้งรายได้และยอดขายลดลงประมาณ 10% บริษัทได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ DRAM และ NAND ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของสมาร์ตโฟนกลุ่มราคาประหยัด ในทางตรงกันข้าม Oppo กลับทำผลงานได้ดีในตลาดระดับบน โดยรายได้เติบโตถึง 23% จากความสำเร็จของซีรีส์ Reno 14 และสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล Find

แนวโน้มในปี 2026 ชี้ให้เห็นว่าราคาสมาร์ตโฟนอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก ผู้ผลิตจำนวนมากกำลังเร่งใส่ฟีเจอร์ด้าน AI รวมถึงใช้หน่วยความจำที่มีต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ราคาจำหน่ายปรับขึ้นต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญจาก Counterpoint Research มองว่า ผู้ผลิตที่ไม่สามารถรับมือกับต้นทุนและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นได้ อาจเผชิญปัญหาอย่างหนักในอนาคต

ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยี เกม และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ techcatchup.net 
พร้อมช่องทางโซเชียล Facebook | Instagram | TikTok | YouTube | X
TechCatchUp Team
TechCatchUp Teamhttps://techcatchup.net
TechCatchUp — your destination for technology, gaming and lifestyle.
RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner

Most Popular

- Advertisment -
Available Banner
- Advertisment -
Available Banner